How to Choose the Right Cologne

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดในการทดลองกลิ่นจากขวดน้ำหอมอยู่ บางคนฉีดใส่เสื้อผ้า บางคนฉีดใส่ข้อมือทันที ในขณะที่บางคนฉีดไปในอากาศแล้วค่อยๆ ดมกลิ่น

สำหรับคนที่มีผิวแห้ง หากอยากให้น้ำหอมที่ฉีดมีกลิ่นติดทนนาน ก็ควรใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นค่อนข้างเข้มข้นอย่างกลิ่นมัสก์ กลิ่นหนัง หรือกลิ่นเครื่องเทศ

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดในการทดลองกลิ่นจากขวดน้ำหอมอยู่ บางคนฉีดใส่เสื้อผ้า บางคนฉีดใส่ข้อมือทันที ในขณะที่บางคนฉีดไปในอากาศแล้วค่อยๆ ดมกลิ่น แต่แท้ที่จริงแล้ววิธีการที่ถูกต้องในการลองกลิ่นน้ำหอมที่มีให้เลือกมากมาย คือการฉีดน้ำหอมใส่กระดาษทดลองกลิ่น โดยเริ่มจากการลองเลือกน้ำหอมมาสัก 7 กลิ่น ที่คุณคิดว่าน่าจะเหมาะกับบุคลิกของคุณมากที่สุด เมื่อได้ครบทั้ง 7 กลิ่นแล้ว 
สเปรย์กลิ่นเหล่านั้นลงบนกระดาษทดลองกลิ่น สัมผัสกลิ่นหอมในครั้งแรกที่ลอยมาแตะจมูก หรือที่ในภาษาน้ำหอมเรียกกันว่า Top Notes นี้ จะเป็นการเปิดตัวของกลิ่นหอมเพื่อสร้างความประทับใจในตอนแรกที่ฉีด ให้ลองดมกลิ่นดู แล้วคัดกลิ่นที่รู้สึกประทับใจน้อยที่สุดออก ให้เหลือเพียง 3 กลิ่น หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 10-15 นาที กลิ่นแรกจะระเหยไปเปลี่ยนเป็นกลิ่นหลักของน้ำหอมที่ในภาษาน้ำหอมเรียกว่า กลิ่นกลาง หรือ Middle Notes ให้คุณนำกระดาษทดลองกลิ่นที่เหลือทั้ง 3 กลับมาดมกลิ่นอีกครั้ง แล้วคัดกลิ่นที่ชอบที่สุดให้เหลือเพียง 2 กลิ่นสุดท้าย จากนั้นฉีดน้ำหอมทั้งสองกลิ่นลงบนข้อมือข้างละกลิ่น เพื่อทดสอบกลิ่นหอมที่เข้ารอบสุดท้ายกับผิวคุณ โดยฉีดทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่กลิ่นสุดท้ายหรือ Base Notes จะเผยกลิ่นออกมา กลิ่นสุดท้ายนี้จะเป็นกลิ่นหอมที่ได้อย่างแท้จริงหลังจากฉีดบนผิวคุณ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน นำข้อมือทั้งสองข้างมาดมกลิ่นเปรียบเทียบกัน แล้วคุณจะตัดสินได้ว่า น้ำหอมกลิ่นไหนเข้ากับสภาพผิวของคุณมากที่สุด grooming-1

How to Match Cologne to Your Skin Type

น้ำหอมแต่ละกลิ่นนั้นให้กลิ่นหอมที่แตกต่าง
กันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง 
ไม่ว่าจะเป็นเพศ กรรมพันธุ์ โภชนาการ ไลฟ์สไตล์ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับสภาพผิวและค่า PH ในผิวของแต่ละคน ซึ่งเราสามารถแบ่งวิธีการแมช
น้ำหอมให้เข้ากับสภาพผิวได้อย่างง่ายๆ ดังนี้

Oily Skin

ผิวมันเป็นผิวที่มีน้ำมันอยู่บริเวณผิวด้านนอกมากกว่าคนทั่วไป น้ำมันที่ผิวด้านนอกนี้จะช่วยให้น้ำหอมติดผิวได้ยาวนานกว่าผิวแห้ง อีกทั้งยังทำให้กลิ่นของน้ำหอมมีความเข้มข้น แต่สำหรับผู้ที่ผิวผลิตน้ำมันออกมามากผิดปรกติ เมื่อน้ำมันที่ผิวรวมตัวกับกลิ่นน้ำหอม แทนที่จะได้กลิ่นหอม อาจกลับแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นที่ตลบอบอวลชวนเวียนหัวแทนก็เป็นได้ ฉะนั้นถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนผิวมัน อย่าประโคมฉีดน้ำหอมมากเกินไป 
ให้ฉีดแต่น้อยและเลือกใช้น้ำหอมที่มอบสัมผัสกลิ่นบางเบา เช่น กลิ่นหอมแนวสปอร์ต หรือกลิ่นหอมที่ออกวางจำหน่ายช่วงซัมเมอร์ ที่ให้กลิ่นสดชื่น สดใส จากผลไม้และดอกไม้ แทนการใช้กลิ่นหอมที่มีความเข้มข้นอย่างกลิ่นของมัสก์ หรือกลิ่นหนัง ซึ่งจะยิ่งทวีความเข้มข้นเมื่อรวมกันกับน้ำมันบนผิว 
สังเกตง่ายๆ คือ สีของน้ำหอมจะมีสีอ่อนใส 
อย่างสีเหลืองอ่อน สีเขียวอ่อน และสีฟ้าอ่อน

Dry Skin

ผิวแห้ง เป็นผิวที่มีน้ำมันบนผิวด้านนอกน้อยกว่าคนทั่วไป ทำให้น้ำหอมที่ฉีดลงบนผิวประเภทนี้ไม่ค่อยติดผิว กลิ่นหอมที่ฉีดระเหยไปในอากาศ
ค่อนข้างรวดเร็ว และในบางคนการฉีดน้ำหอมซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ก็อาจทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วแห้งมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ฉะนั้นสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง หากอยากให้น้ำหอมที่ฉีดมีกลิ่นติดทนนาน ก็ควรใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นค่อนข้างเข้มข้นอย่างกลิ่นมัสก์ กลิ่นหนัง หรือกลิ่นเครื่องเทศ จะช่วยให้กลิ่นหอมติดผิวยาวนานมากขึ้น เคล็ดลับคือ ให้มองหาน้ำหอมที่ออกวางจำหน่ายในช่วงหน้าหนาว น้ำหอมกลุ่มนี้จะมีสีค่อนข้างเข้ม อย่างสีเหลืองอำพัน หรือไม่ก็สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นน้ำหอมกลิ่นที่มีความเข้มข้นและติดผิวได้ยาวนานกว่า

Sensitive Skin

ผิวแพ้ง่าย ใช้หลักการแมชน้ำหอมแบบเดียวกับผิวแห้ง เพียงแต่พึงระลึกไว้เสมอว่า เมื่อฉีดน้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อาจทำให้ผิวเกิดผื่นแดง แสบไหม้ ระคายเคือง ฉะนั้นควรเลือกใช้น้ำหอมที่มีส่วนผสมของพืชธรรมชาติจากแบรนด์ออร์แกนิกแทนการใช้น้ำหอมที่มีส่วนผสมของสารเคมีจะดีกว่า

How to wear Cologne

  • ไม่ควรฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้า เพราะนอกจากกลิ่นจะระเหยไวแล้ว ยังอาจทำให้เกิดรอยเปื้อนบนเสื้อผ้าได้
  • ควรฉีดน้ำหอมบนจุดชีพจร อย่างเช่น 
ด้านข้างใบหู ข้อมือ หน้าอก ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ช่วยให้น้ำหอมกำจายกลิ่นได้ดี
  • ไม่ควรใช้น้ำหอมฉีดระงับกลิ่นกายใต้วงแขน เพราะเมื่อรวมกับเหงื่อและกลิ่นกายใต้วงแขนแล้ว จะทำให้กลิ่นตลบอบอวลชวนเวียนหัวยิ่งขึ้น
  • การเลเยอร์กลิ่นด้วยการใช้เจลอาบน้ำ บอดี้โลชั่น กลิ่นเดียวกับน้ำหอม
ที่ใช้ จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานมากยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเก็บน้ำหอมไว้ในที่ร้อนจัด หรือที่ซึ่งมีแสงแดดส่อง 
เพราะอาจทำให้กลิ่นของน้ำหอมเปลี่ยน
  • ปรกติน้ำหอมมีอายุ 1-2 ปี แต่ถ้าสีเปลี่ยนหรือกลิ่นเปลี่ยน ก็ถึงเวลาแล้ว
ที่คุณควรโยนน้ำหอมขวดนั้นทิ้งไป ไม่ต้องเสียดาย
  • เครื่องเทศ กระเทียม หัวหอม แม้จะดีต่อสุขภาพ แต่ถ้ารับประทาน
มากเกินไป ก็อาจส่งกลิ่นออกมาตามรูขุมขนด้วยเช่นกัน
  • โภชนาการถือเป็นสิ่งสำคัญ ควรรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ 
และรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ถ้ารับประทานอาหารแบบคลีนฟู้ดได้ยิ่งดี 
จะช่วยให้ร่างกายของคุณสะอาดจากภายใน ช่วยให้คุณมีกลิ่นกายหอมสดชื่น ยามฉีดน้ำหอม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *