Beyond Moisturiser – TH

ในแต่ละวัน หลังล้างหน้า ผู้ชายหลายคนอาจจะถูๆ ทาๆ มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้า ตามข้อความในโฆษณา หรือ
ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน แฟน และคนใกล้ตัวว่า คนเราควร
ทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวทุกวัน ประมาณว่าฟังเขามา…
เขาว่ามันดี…มันจำเป็น…เดี๋ยวนี้ผู้ชายแมนๆ เขาใช้กัน…
ใช้แล้วไม่น่าอาย ความแมนไม่หดหาย ก็เลยใช้  แม้ผู้ชายส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะรู้จักเริ่มหันมาใส่ใจดูแลผิวมากขึ้น ด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว แต่จะมีสักกี่คน
ที่รู้และเข้าใจว่า จริงๆ แล้วมอยส์เจอไรเซอร์นั้นมีหน้าที่และ
มีหลักการทำงานอย่างไร men story  

DO WE REALLY NEED MOISTURISER?

หน้าที่หลักๆ ของมอยส์เจอไรเซอร์ คือ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ด้วยการกักเก็บน้ำไว้ในผิวชั้นหนังกำพร้า หรือผิวชั้นบนสุด 
ซึ่งการรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวให้สมดุลนั้น จำเป็นมากในการชะลอริ้วรอย เพราะผิวที่แห้งขาดความชุ่มชื้น จะมีโอกาสเกิดริ้วรอยได้มากกว่าผู้ที่มีผิวชุ่มชื้นอยู่ในระดับสมดุล หรือคนที่มีผิวมัน นอกจากนั้น มอยส์เจอไรเซอร์ยังทำหน้าที่เหมือนปราการพิทักษ์ผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิว
ร่วงโรยเสื่อมสภาพด้วยเช่นกัน ถ้ายังมึนๆ งงๆ อยู่ว่า แล้วมอยส์เจอไรเซอร์มันจำเป็นอย่างไร ให้ลองนึกภาพตามว่า ในทุกๆ วัน ผิวจะมีการสูญเสียความชุ่มชื้นจากการล้างหน้า บางคนชอบใช้
สบู่ก้อน หรือโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆ ล้างหน้า เพราะชอบความรู้สึกสะอาด ผิวไม่มัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สบู่ก้อนหรือโฟมล้างหน้าที่มีค่า pH ที่มีความเป็นกรด
สูงเกินไปเหล่านั้น คือ ตัวการที่ทำให้ผิวแห้งตึงเสียสมดุล ยิ่งถ้าล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัด ผิวก็จะมีโอกาสสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น และมากยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับคนที่ชอบยืนแช่ให้น้ำจากฝักบัวไหลริน ขณะอาบน้ำ สำหรับผู้ชายที่ต้องโกนหนวดทุกวัน การโกนหนวดด้วยใบมีด ครีมโกนหนวดและโฟม
โกนหนวดบางชนิดที่ใช้ ก็อาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น นี่ยังไม่รวมถึงผู้ที่ต้องโดนแดดเป็นประจำ ผู้ที่
สูบบุหรี่ ผู้ที่อดนอน พักผ่อนน้อย ไม่ค่อยดื่มน้ำ และ
ในผู้ชายที่ใช้ยารักษาสิว ซึ่งมีโอกาสที่ผิวจะสูญเสีย
ความชุ่มชื้นได้มากกว่าคนทั่วไป จากการรักษาทั้งจาก
ยาทาและยารับประทาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ทั้งในตอนเช้าและก่อนนอน บางคนอาจค้านว่า ต่อให้เจอปัจจัยที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างที่กล่าวมา ผิวก็ยังมันเยิ้ม ดูชุ่มชื้นดี 
ไม่เห็นจำเป็นต้องทามอยส์เจอไรเซอร์ ในความเป็นจริงต้องแยกแยะระหว่างผิวมันกับผิวขาดความชุ่มชื้นว่า 
ผิวสองประเภทนี้ไม่เหมือนกัน ผิวมันเป็นเรื่องของฮอร์โมน ที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป แต่
ผิวขาดความชุ่มชื้น คือ ภาวะที่ผิวขาดน้ำ ซึ่งสามารถ
เกิดขึ้นได้ทั้งในคนที่มีผิวแห้ง และผิวมัน หากมีพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น ฉะนั้น ต่อให้ผิวมันก็ยังมีโอกาสขาดน้ำ และควรทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้นผิวด้วยเช่นกัน

CHOOSING THE RIGHT ONE

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ให้มองหามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสารให้ความเนียนนุ่มชุ่มชื้นกลุ่มซิลิโคน, กลีเซอรีน หรือ Dimethicone ถ้าผิวแห้งมาก ให้มองหาส่วนผสมของน้ำมัน เช่น Omega 3 หรือ Grapeseed Oil สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ให้มองหาส่วนผสมที่มีคำว่า Fragrance-free หรือปราศจากน้ำหอม และ Alcohol Free หรือปราศจากแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่มีผิวมัน อย่าเพิ่งเมินหน้าหนี เพราะจริงๆ แล้วมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่สามารถเติมน้ำ
ให้ความชุ่มชื้นผิว โดยไม่เพิ่มความมันบนใบหน้า
เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดสำหรับผิวมัน สูตรออยล์ฟรี หรือปราศจากน้ำมัน ซึ่งมักจะมาในรูปของเจล
เนื้อใส หรือโลชั่นเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เน้นสารประกอบเป็น
กลุ่มของน้ำ ไม่ใช่น้ำมัน โดยสังเกตจากชื่อที่มี
คำว่า Aqua หรือ Hydra และให้มองหาคำว่า 
Non-comedogenic ซึ่งหมายถึง ไม่ก่อให้เกิดการ
อุดตันรูขุมขน กันเหนียว เพื่อป้องกันการเกิดสิว 
และอาจเสริมด้วยการมองหาส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมัน อย่าง Carnitine และ AHA เพื่อช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของไขมันในรูขุมขนด้วยจะดีที่สุด

CAN MEN USE WOMEN’S MOISTURISER?

คำถามยอดฮิตที่ใครต่อใครสงสัย คือ 
มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันอย่างไร คำตอบก็คือ ส่วนใหญ่ต่างกันในเรื่องของเนื้อสัมผัสและกลิ่น มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผู้ชายมักมีเนื้อที่บางเบากว่า และให้กลิ่นที่รู้สึกสดชื่น 
ออกแนวสปอร์ตและมัสคิวลินกว่า คำถามต่อมาคือ 
แล้วผู้ชายใช้มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผู้หญิงได้ไหม จริงๆ แล้วผิวผู้ชายกับผิวผู้หญิงต่างกันเพียงแค่ผิวผู้ชายจะมีความหนากว่า และมีน้ำมันมากกว่า เนื่องจากฮอร์โมนเพศชาย ในขณะที่ผิวผู้หญิงจะค่อนข้างละเอียด และมีความมันน้อยกว่า ส่วนในเรื่องความบอบบางของผิว ที่เคยเข้าใจว่า ผิวผู้หญิงบอบบางกว่านั้น ไม่จริงเสมอไป เพราะในผู้ชายที่มีหนวดเครา และต้องโกนหนวดทุกวัน ในกรณีนี้
ผิวผู้ชายจะมีความบอบบางแพ้ง่ายกว่าหลายเท่านัก ฉะนั้น มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผู้ชาย จึงไม่ค่อยมีสารออกฤทธิ์มากมายเท่ามอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผู้หญิง เพื่อป้องกันการระคายเคือง และมักเป็นสูตร Water Base ที่ไม่ค่อยมีน้ำมัน เพื่อป้องกันการอุดตัน ฉะนั้น ถามว่าผู้ชายใช้มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับ
ผู้หญิงได้ไหม คำตอบคือ ได้แน่นอน คอนเฟิร์ม!

AFTERSHAVE VS MOISTURISER

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วอาฟเตอร์เชฟ
ใช้แทนมอยส์เจอไรเซอร์ได้หรือไม่ จริงๆ แล้ว
หน้าที่ของอาฟเตอร์เชฟที่นอกจากจะให้กลิ่นหอมแมนๆ สดชื่นๆ กับคุณแล้ว อาฟเตอร์เชฟยังกำจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิว ปิดรูขุมขน และลดการติดเชื้อจากแบคทีเรียหลังการโกนหนวด ตรงส่วนของ
อาฟเตอร์เชฟที่ทำหน้าที่กำจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิวออกไปนี้แหละ ที่อาจทำให้ผิวแห้งตึง อาฟเตอร์เชฟจึงไม่สามารถใช้แทนมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้ความชุ่มชื้นได้ แต่คุณสามารถถนอมผิวหลังโกนหนวด
ให้เนียนนุ่มได้ ด้วยการเลือกใช้อาฟเตอร์เชฟ
เนื้อบาล์มหรือโลชั่น ที่มีส่วนผสมบำรุงผิวอย่างวิตามินอี, Allantoin และน้ำมัน อย่างเช่นน้ำมัน
อะโวคาโด และน้ำมันมะพร้าว ส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยปกป้องและป้องกันผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
หลังการโกนหนวดได้อีกทางหนึ่ง  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *